ศุกร์ ก.ย. 03

Le Grand Chef 2

Le Grand Chef 2: Kimchi Battle ศึกชิงเจ้า ‘กิมจิ’


Le Grand Chef 2: Kimchi Battle ศึกชิงเจ้า ‘กิมจิ’

        ตัวเลข 700 ล้านบาท คือรายได้ของหนังเรื่อง Le Grand Chef (บิ๊กกุ๊ก ศึกโลกันตร์) ที่ลงโรงฉายในเกาหลี ซึ่งที่ได้รับความสนใจมากก็เพราะเป็นหนังเรื่องแรกที่มีการเผยเคล็ดลับหรือ สูตรเด็ดในการทำอาหารเกาหลีของราชสำนักให้ได้ดูกันอย่างละเอียดทุกขั้นตอน แม้จะต้องมีการล้มวัวเพื่อมาทำเป็นอาหารก็ตาม เรียกว่าเป็นการเผยให้เห็นถึงวัฒนธรรมและความพิถีพิถันในการปรุงอาหารของคน เกาหลีกัน และด้วยเหตุนี้จึงทำให้หลายคนหลังจากที่ได้เห็นภาพอาหารตระการตาในเรื่อง ต่างก็ยอมรับว่าอดใจไม่ไหว ต้องออกไปตระเวนหาร้านอาหารเกาหลีรสเลิศเพื่อพิสูจน์รสชาติกันเลย  ใน ขณะที่บางคนก็ถึงกับเข้าคอร์สเรียนทำอาหารเกาหลีแบบเอาจริงเอาจังก็มี ทั้งหมดนี้ก็ต้องชมฝีมือการเขียนบทของ ฮอยอง มัน นักเขียนการ์ตูนชื่อดังเจ้าของผลงานต้นฉบับยอด ฮิตเรื่อง Sikgaek ที่ ปัจจุบันตีพิมพ์ถึงเล่มที่ 25 แล้ว และมียอดขายในแต่ละฉบับเกิน 1 ล้านเล่มทุกครั้ง ซึ่งมีการร่วมมือกับผู้กำกับฯ ชอบยุนซู สร้างสรรค์ผลงานในตำนานนี้ขึ้นมา

 

 

 

                                                                                                             

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   มาในปี 2010 นี้ ซองซัน ยอดกุ๊กในตำนานก็ได้กลับมาอีกครั้ง โดยฝีมือของผู้กำกับฯ มือใหม่ไฟแรง แพ็กทงฮุน ซึ่ง ครั้งนี้เขาได้ร่วมมือกับ ฮอยองมัน สร้าง เรื่องที่ท้าทายความสามารถในการปรุงอาหารของ ซองซัน ด้วยการท้าประลองฝีมือทางด้านการทำ กิม จิ อาหารประจำชาติของเกาหลี แต่คราวนี้ ซองซัน ต้องลำบากใจกว่าครั้งไหนๆ เพราะเขาต้องชิงตำแหน่งเจ้าแห่งกิมจิกับ จังอึน กุ๊กสาวยอดฝีมือลูกสาวของคนที่เขานับถือเป็นแม่ ซึ่งศึกนี้ก็ได้ ชินกู และ คิมจอง อึน สองนักแสดงที่แฟนหนังและซี รีส์คุ้นหน้าคุ้นตากันเป็นอย่างดีมาประลองทักษะ และชิงไหวชิงพริบในการทำอาหารกันในภาคต่อของหนังเรื่อง Le Grand Chef ที่มีชื่อตอนว่า Le Grand Chef 2: Kimchi Battle식객: 김치전 쟁 (ชิกแกก: กิม จิจอนแจง) หรือ สงครามกิมจิ

     

          

 

 

 

          สำหรับเนื้อหาของเรื่องราวที่เป็นต้นเหตุทำให้ กิม จิ กลายเป็นประเด็นระดับชาติได้นั้น ก็เกิดจากประธานาธิบดีเกาหลีเดินทางไปยังประเทศญี่ปุ่นเพื่อสานสัมพันธไมตรี ทางการทูตกับนายกรัฐมนตรีของประเทศญี่ปุ่น ในขณะที่งานเลี้ยงรับรองกำลังดำเนินไป จังอึน เชฟมือฉมังของญี่ปุ่นก็ได้นำ กิมจิ และ พูลโกกิ มา เสิร์ฟให้กับประธานาธิบดีของเกาหลีที่ไม่ได้ลิ้มลองรสชาติอาหารของเกาหลี บ้านเกิดมานาน ทันทีที่ประธานาธิบดีเกาหลีได้ลิ้มรสก็เอ่ยปากชมว่าอาหารทั้งสองจานที่นำมา เสิร์ฟนั้นมีรสชาติแตกต่างจากอาหารทุกจานที่เขาเคยรับประทานมาในเกาหลี แล้วนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นก็ทำให้ประธานาธิบดีเกาหลีต้องประหลาดใจเมื่อเขา บอกว่าสองเมนูนี้คือ Kimuchi (กิมจิ) และ Yakiniku (เนื้อย่าง) ขึ้นชื่อของญี่ปุ่น ทั้งๆ ที่ประธานาธิบดีเกาหลีรู้อยู่แก่ใจว่ามันเป็นอาหารประจำชาติของคนเกาหลี แต่ด้วยศักดิ์ศรีและเลือดรักชาติที่มีอยู่อย่างเต็มตัว ประธานาธิบดี เกาหลีจึงเดินทางกลับประเทศและริเริ่มการแข่งขันศึกชิงเจ้าแห่งกิมจิขึ้น เพื่อเฟ้นหายอดฝีมือระดับอัจฉริยะที่จะทำหน้าที่เผยแพร่อาหารประจำชาติของ เกาหลีให้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก เพื่อไม่ให้ใครมากล่าวอ้างว่าอาหารประจำชาติของเกาหลีเป็นของประเทศตนได้อีก ระหว่างนั้นเอง จังอึน เชฟ อัจฉริยะในการปรุงอาหารสมัยใหม่ก็เดินทางจากประเทศญี่ปุ่นมายังเกาหลี โดยมีเป้าหมายคือการปิดร้านอาหารเกาหลี ชุนยางกัก ที่มีชื่อเสียงมายาวนานของแม่ตัวเองลง จึงทำให้ ซองชัน เชฟมือทองที่ครอบครองมีดในตำนาน ที่โตมากับ จังอึน ตั้งแต่เด็ก ก็ต้องกลายมาเป็นคู่แข่งกับ จังอึน เพื่อปกป้องร้านที่ตัวเองรัก ทั้งคู่จึงท้าประลองด้วยการสมัครเข้าร่วมการแข่งขันศึกชิงเจ้าแห่งกิมจิ ภายใต้ข้อตกลงที่ว่า หากใครเป็นผู้ชนะคนนั้นจะมีกรรมสิทธิ์ในการครอบครองร้าน ชุนยาง กัก


  

ad